คาถาบูชา หลวงปู่ทวด

การสวดภาวนาประจำวัน หรือสวดก่อนออกจากบ้าน ก่อนเดินทางไกล ให้สวดดังนี้

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา (3 จบ)

หลวงปู่ทวดเนื้อว่าน, หลวงปู่ทวด, ราคา ประวัติหลวงปู่ทวด, ประวัติหลวง ปู่ทวด วัดช้างให้
หลวงปู่ทวดวัดช้างให้ ทองเหลือง ขนาด 30 นิ้ว

คำแปลคาถาหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด
“ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่เจ้าประคุณสมเด็จหลวงปู่ทวด ผู้เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นผู้มีโชค ซึ่งเข้ามาสถิตอยู่ในตัวของข้าพเจ้านี้”

ให้บูชาหลวงปู่ทวดด้วย

1.ธูปแขก (ธูปสีดำ) 9 ดอก

2.มะลิขาว 9 ดอก

แล้วสวดพระคาถาพร้อมแผ่เมตตาดังนี้

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา (3 จบ)

เประมัง ธัมมัง สังฆัง
ปุระมัง ธัมมัง สังฆัง
ปรมัง ธัมมัง สังฆัง
เสสัง ธัมมัง สังฆัง
กริยานัง อัตโน โหตุ (3-11 จบ)

สัตว์ทั้งหลาย
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด
อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด
จงไปสู่ภพภูมิที่ดีที่ชอบเถิด

หลวงปู่ทวด รุ่นต่างๆ ,10 อันดับ หลวง ปู่ทวด ,หลวงปู่ทวดวัดช้างให้,หลวงปู่ทวด ประวัติ
หลวงปู่ทวด ทองเหลือง พ่นทอง หน้าตัก 40 นิ้ว..

ประวัติของหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด หรือสมเด็จพะโคะ
หลวงปู่ทวด หรือ สมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ เป็นพระเกจิผู้ทรงอภิญญษที่ชาวไทยรู้จักกันมานานจากรุ่นสู่รุ่น โดยรู้จักท่านในนามอื่นๆ ด้วยอีกมากมาย เช่น

สมเด็จเจ้าพะโคะ
หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด
หลวงปู่ทวดวัดช้างให้
ท่านองค์ดำ
ท่านลังกา
ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีชีวิตอยู่จริงในสมัยอยุธยา ประวัติเกี่ยวกับท่านอาจแตกต่างกันไปตามการเล่าขานของแต่ละท้องถิ่น และอาจมีการผิดเพี้ยนไปบ้างเมื่อผ่านกาลเวลาแต่ละยุคสมัย แต่ส่วนใหญ่แล้วคล้ายคลึงกัน ดังต่อไปนี้

กำเนิดหลวงปู่ทวด
หลวงปู่ทวดนามเดิมว่า ปู ท่านเกิดในรัชกาลของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช (บางแหล่งข้อมูลก็ระบุว่าเป็นรัชสมัยของสมเด็จพระเอกาทศรถ) เป็นบุตรของนายหู นางจันทร์ ชาวบ้านวัดเลียบ ตำบลดีหลวง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ทั้งสองเป็นทาสในเรือนเบี้ยของเศรษฐีปาน

เมื่อเด็กชายปูกำลังจะคลอดจากครรภ์มารดา ก็บังเกิดเหตุอัศจรรย์คือ เกิดฟ้าร้องฟ้าผ่ากึกก้องจนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่านี่คือผู้มีบุญญาธิการมาเกิด เมื่อคลอดแล้ว บิดาของท่านก็ตัดสายสะดือแล้วนำไปฝังไว้ที่โคนต้นเลียบ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ต้นเลียบในปัจจุบัน

เรื่องอัศจรรย์ยังไม่หมดแค่นั้น เมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว มารดาของท่านได้ผูกเปลให้เด็กชายปูในวัยแบเบาะนอนอยู่ใต้ต้นมะเม่าแล้วออกไปเกี่ยวข้าวในทุ่งนาในบริเวณใกล้ๆ กัน เมื่อถึงเวลาให้นมก็เดินกลับมาที่เปลแล้วก็ต้องตกใจจนแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นงูบองหลา (งูจงอางตัวใหญ่) พันอยู่รอบเปล จึงได้ร้องตะโกนเรียกสามีคือนายหูให้รีบมาช่วย แต่ไม่ว่าจะพยายามไล่งูอย่างไรก็ไม่เป็นผล งูยังคงขดตัวนิ่งอยู่แบบนั้น

จนกระทั่งนายหูฉุกใจคิดว่านี่คงไม่ใช่งูธรรมดา จึงอธิษฐานขอให้งูไม่ทำร้ายลูกของตน งูจึงคลายวงรัดออกและเลื้อยหายเข้าไปในป่า นายหูและนางจันทร์จึงรีบเข้าไปดูลูกน้อย ก็พบว่าเด็กชายปูยังหลับสบายปลอดภัยดี แต่มีเมือกแก้วที่งูคายไว้อยู่บนตัว ซึ่งต่อมาเมือกแก้วนั้นก็แข็งตัวกลายเป็นแก้วแวววาวอย่างน่าอัศจรรย์

เมื่อเศรษฐีปานทราบเรื่องก็เกิดความอยากได้แก้วนั้น จึงบีบบังคับเอามาเป็นของตน แม้จะไม่เต็มใจแต่นายหูและนางจันทร์ก็ต้องยกให้เพราะตนเองเป็นทาสในเรือนเบี้ย แต่เมื่อได้มาแล้วกลับเกิดอาเพศในครอบครัวของเศรษฐีปานไม่หยุดหย่อน ทั้งคนในเรือนเจ็บป่วย มีเหตุเภทภัย อีกทั้งฐานะก็ยากจนลงเรื่อยๆ ราวกับว่าแก้วนี้เป็นของคู่บารมีเด็กชายปู ไม่ใช่ของเศรษฐีปาน สุดท้ายแล้วเศรษฐีปานจึงตัดใจยกลูกแก้วคืนให้ พร้อมกับยกหนี้ให้แก่นายหูและนางจันทร์ ทั้งสองจึงพ้นจากการเป็นทาส และต่อมาก็เจริญรุ่งเรืองมีฐานะดีขึ้น ส่วนเศรษฐีปานก็กลับมามีมีฐานะดีขึ้นดังเดิม

เมื่อท่านมีอายุครบ 7 ขวบ บิดามารดาก็นำท่านไปฝากไว้เป็นศิษย์วัดเพื่อเล่าเรียนหนังสือที่วัดกุฎีหลวง (หรือวัดดีหลวงในปัจจุบัน) ซึ่งมีท่านสมภารจวง ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ เด็กชายปูเป็นเด็กฉลาดมีไหวพริบดีเยี่ยม สามารถเรียนภาษาไทยและภาษาขอมได้รวดเร็ว จนกระทั่งอายุครบ 15 ปีสมภารจวงก็บวชให้ท่านเป็นสามเณร และโยมบิดาของท่านก็ได้ถวายแก้วคืนให้เพื่อเป็นของคู่บารมีประจำกายของสามเณรต่อไป

ที่มา horoscope.trueid.net